1.แอนตี้ไวรัสไม่เพียงพอสำหรับการป้องกัน
การกำเนิดขึ้นของมัลแวร์แบบโพลีมอร์ฟิค (polymorphic code) ซึ่งเป็นโค้ดที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ทุกครั้งที่มันทำงาน แต่ยังคงรักษาอัลกอรึทึมเดิมไว้ โดยเชลล์โค้ดและหนอนคอมพิวเตอร์ หรือมัลแวร์ชนิดใหม่ๆ จะใช้เทคนิคในการซ่อนตัวตนของมัน ดังนั้นแอนตี้ไวรัสที่ใช้วิธีการเดิมๆ ที่อาศัยการวิเคราะห์มัลแวร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันภัย คุกคามอีกต่อไป จึงต้องอาศัยวิธีการใหม่ๆ ในการตรวจจับมัลแวร์มาใช้ด้วย
2.โซเชียล เอนจิเนียริ่งเป็นวิธีหลักในการโจมตี (Social Engineering Attack)
การโจมตีในลักษณะนี้ผู้โจมตีจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ปลายทางและพยายามขโมยข้อมูลความลับจากผู้ใช้ หรือหลอกล่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์ เช่น ผู้โจมตีส่งอีเมล์ให้บุคคลอื่นโดยหลอกว่าเป็นผู้ดูแลระบบ และถามรหัสผ่านหรือชักจูงให้เหยื่อเปิดไวรัสที่แนบมาพร้อมกับอีเมล์ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการและเว็บบราวเซอร์ของ เครื่องคอมพิวเตอร์เหยื่อ แต่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานโดยตรง ด้วยเหตุนี้โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง จึงเป็นวิธีการเบื้องต้นที่แพร่หลายในปัจจุบัน และคาดว่าจะมีเทคนิคการโจมตีที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้นในปี 2553