February 2010

โจรไซเบอร์ป่วนหนัก"เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์"

รายงานที่ว่านี้เผยแพร่โดย Sophos บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนำที่ระบุว่า สแปม และมัลแวร์บนเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังเพิ่มขึ้น โดยมีรายงานจากผู้ใช้ที่ได้รับสแปมจากการใช้บริการเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กมากถึง 57% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 71% ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ประมาณ 36% ให้ข้อมูลว่า พวกเขาได้รับมัลแวร์จากโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเมื่อเทียบกับปีที่แล้วยอดตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบ 70% เลยทีเดียว

1.แอนตี้ไวรัสไม่เพียงพอสำหรับการป้องกัน
          การกำเนิดขึ้นของมัลแวร์แบบโพลีมอร์ฟิค (polymorphic code) ซึ่งเป็นโค้ดที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ทุกครั้งที่มันทำงาน แต่ยังคงรักษาอัลกอรึทึมเดิมไว้ โดยเชลล์โค้ดและหนอนคอมพิวเตอร์ หรือมัลแวร์ชนิดใหม่ๆ จะใช้เทคนิคในการซ่อนตัวตนของมัน ดังนั้นแอนตี้ไวรัสที่ใช้วิธีการเดิมๆ ที่อาศัยการวิเคราะห์มัลแวร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันภัย คุกคามอีกต่อไป  จึงต้องอาศัยวิธีการใหม่ๆ ในการตรวจจับมัลแวร์มาใช้ด้วย

2.โซเชียล เอนจิเนียริ่งเป็นวิธีหลักในการโจมตี  (Social Engineering Attack)
         การโจมตีในลักษณะนี้ผู้โจมตีจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ปลายทางและพยายามขโมยข้อมูลความลับจากผู้ใช้ หรือหลอกล่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์ เช่น ผู้โจมตีส่งอีเมล์ให้บุคคลอื่นโดยหลอกว่าเป็นผู้ดูแลระบบ และถามรหัสผ่านหรือชักจูงให้เหยื่อเปิดไวรัสที่แนบมาพร้อมกับอีเมล์ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการและเว็บบราวเซอร์ของ เครื่องคอมพิวเตอร์เหยื่อ แต่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานโดยตรง ด้วยเหตุนี้โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง จึงเป็นวิธีการเบื้องต้นที่แพร่หลายในปัจจุบัน และคาดว่าจะมีเทคนิคการโจมตีที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้นในปี 2553

คงจะมีหลายคนที่สงสัยนะครับว่า Web Application Firewall หรือที่เรียกว่า WAF เนี่ยมันทำงานอย่างไร มันคล้ายๆกับ Firewall หรือ Intrusion Prevention System(IPS) ในส่วนของ Firewall แบบดั้งเดิม ผมเคยเปรียบเทียบ

Who's online

There are currently 0 users and 0 guests online.

Monthly archive

User login